|
10ขั้นตอนการเคลือบแก้วPremium Glass Coating @Carlack68Chokechai4 |
|
|
 |
ขั้นตอนที่1 ล้างทำความสะอาดผิวสีรถ
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ถือเป็นพื้นฐานของการทำเคลือบแก้ว เพราะถ้าพื้นผิวสกปรกหรือไม่สะอาดเพียงพอ เมื่อเคลือบแก้วก็จะเห็นเป็นรอยชัดเจน โดยในขั้นแรกเราจะใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดไล่สิ่งสกปรกที่ติดบนผิวสีรถอออกก่อนและใช้โฟมสูตรคาร์แลค68 ฉีดพ่นทั้งคันเพื่อล้างคราบสกปรกฝังแน่นออกจนสะอาด |
|
|
 |
ขั้นตอนที่2 ลูบผิวสีด้วย ดินน้ำมันSuper Clayทั้งคัน
ผิวสีรถที่ผ่านการใช้งานมักจะมีฝุ่นหรือคราบสกปรกฝังแน่นหรืออาจมีคราบละอองสีเกาะติดอยู่ซึ่งไม่สามารถล้างออกได้ด้วยแรงดันน้ำและโฟมเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องใช้ดินน้ำมันSuper Clayซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคล้ายกาวในการจับยึดอนุภาคเล็กๆได้ จึงช่วยให้ผิวสีเรียบและลื่น ขั้นตอนนี้ถ้าทำไม่ดีพอ จะทำให้ผิวสีรถเวลาลูบจะรู้สึกสากไม่ลื่น |
|
|
 |
ขั้นตอนที่3 ขัดผิวสีด้วยเครื่องขัดความเร็วรอบต่ำCyclo โดยใช้น้ำยา surface cleaner
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถเก่า จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผิวรถไม่มีคราบสกปรก หรือขี้ไคลสีเกาะอยู่ ก่อนการเคลือบแก้วและการใช้เครื่องขัดความเร็วรอบต่ำซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของคาร์แลค จะไม่ทำให้เกิดรอยวงเหมือนเครื่องขัดขนแกะ และไม่เป็นอันตรายต่อชั้นผิวสีรถ และด้วยน้ำหนักของเครื่องขัดที่พอเหมาะพอดีมือทำให้ไม่ต้องออกแรงกดเวลาขัด ทำให้ได้แรงขัดที่สม่ำเสมอตลอดการขัด จึงได้งานที่ประณีตพิถีพิถัน |
|
|
 |
ขั้นตอนที่4 โปรแกรมลบริ้วรอยโดยใช้ครีมขจัดริ้วรอยฝังลึก Heavy Remover 301 และครีมขจัดริ้วรอย Cut Remover 201
หลังจากขัดผิวสีด้วยsurface cleaner แล้วถ้ายังเห็นรอยขนแมวอยู่ แสดงว่า รอยดังกล่าวมีความลึกมากกว่าปกติ เราจึงต้องตรวจสอบก่อนว่าจะสามารถขัดรอยลึกออกหรือไม่ รอยกินถึงชั้นเนื้อสีหรือยัง ถ้ารอยไม่ลึกมาก ในขั้นตอนนี้เราจะใช้ครีมขัดของคาร์แลค68อีกสองตัวคือครีม ขจัดริ้วรอยฝังลึก Heavy Remover 301 และครีม ขจัดริ้วรอย Cut Remover 201 ทำการลบรอยดังกล่าว |
|
|
 |
ขั้นตอนที่5 ตรวจสภาพความเรียบร้อยของพื้นผิวก่อนลงน้ำยาเคลือบแก้ว
ต้องมีการใช้ปืนลมเป่าเอาเศษฝุ่น หรือคราบน้ำยาออกให้หมดก่อนทำการเคลือบแก้ว และมีการปิดส่วนที่ไม่ต้องการไม่ให้โดนน้ำยาเคลือบแก้ว
นอกจากนี้ในระหว่างการเคลือบแก้ว ก็จำเป็นต้องใช้ปืนลมเป่าเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้มีเศษฝุ่นหรือน้ำ มาผสมกับน้ำยาเคลือบแก้ว |
|
|
 |
ขั้นตอนที่6 เคลือบแก้วครั้งที่หนึ่งเพื่อให้ชั้นsilica เกาะกับผิวสีรถเป็นแผ่นฟิล์ม
ในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้ความชำนาญสูงจากช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ผิวแก้วเรียบไปกับผิวชั้นแลคเกอร์ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของคาร์แลค68โชคชัย4 ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องใช้ห้องเฉพาะ สามารถทำในเบย์ปกติของศูนย์ฯได้ เพราะเมื่อลงน้ำยาแล้ว เราจะทำการขัดน้ำยาส่วนเกินในชั้นบนออกเพื่อให้เหลือเฉพาะส่วนล่างของน้ำยาที่ยึดติดแน่นกับผิวรถเท่านั้น |
|
|
 |
ขั้นตอนที่7 เคลือบแก้วครั้งที่สอง เพื่อเพิ่มความหนาของชั้นsilica เพิ่มความเงางามของผิวแก้ว
ในขั้นตอนนี้ จะทำให้น้ำยาที่มีส่วนผสมของsilica เพิ่มความหนาจนพอเหมาะสำหรับการสะท้อนแสงจากผิวสีรถทำให้ได้ความเงางามที่ดีที่สุด การเคลือบน้ำยาที่หนาเกินไปผิวแก้วจะไม่ใสเท่ากับผิวที่บางพอเหมาะ และอาจเกิดความขุ่นภายในเมื่อใช้งานไปนานๆโดยเฉพาะถ้าโดนมลภาวะตามท้องถนนอยู่ตลอด |
|
|
 |
ขั้นตอนที่8 เคลือบน้ำยานาโนเทค สูตรเฉพาะของคาร์แลคเยอรมัน เพื่อเป็นเกราะป้องกันผิวsilica และเพิ่มความเงางามของผิวสี
เพิ่มความมัน เงางามของผิวสีประดุจดังแก้วใสได้มากขึ้นถึง 30 % เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำยาเคลือบสีทั่วไป
ปกป้องคุ้มครองผิวสีจากรังสีอุตตร้าไวโอเลต มูลนก ยางไม้ น้ำค้าง สภาพกรดด่าง ได้เป็นอย่างดียิ่งขึ้น เนื่องจากคาร์แลค 68 นาโนเทค มีสารปกป้องกันรังสียูวีชนิดเข้มข้น ทำให้สีผิวรถสามารถสะท้นรังสียูวีได้สูงถึง 72 % ซึ่งสูงกว่าน้ำยาเคลือบสีทั่วไป
|
|
|
 |
ขั้นตอนที่9 เก็บรายละเอียดของงานบริเวณขอบรอยต่อ ขอบยาง ในตำแหน่งต่างๆของตัวรถ
ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ตรวจดูทุกส่วนของรถโดยเฉพาะตามซอกมุมต่างๆว่ามีน้ำยาเหลือตกค้างหรือไม่ |
|
|
 |
ขั้นตอนที่10 ดูดฝุ่นทำความสะอาดภายในและเคลือบล้อยางพร้อมทั้งQC ตรวจสอบก่อนส่งมอบรถให้ลูกค้า
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานของราให้ออกมาดีที่สุด จึงต้องมีQC ตรวจสอบคุณภาพทุกครั้งก่อนส่งมอบรถให้ลูกค้า
ดังสโลแกนของเราที่ว่า คุณภาพการบริการ คืองานของเรา Quality is our service |
|
|
อัตราค่าบริการเคลือบแก้ว Premium Glass Coating ราคา size S-M 10,000บาท /size L 12,000บาท/ size XL 15,000บาท สอบถามรายละเอียด โทร.02-9332887 |
|